วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

สธ.แนะร้านค้าเลิกใช้ภาชนะโฟม เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย

สธ.แนะร้านค้าเลิกใช้ภาชนะโฟม เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย


    กระทรวงสาธารณสุข เร่งรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้โฟมใส่อาหาร ชี้เสี่ยงรับสารก่อมะเร็งและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยตั้งเป้าส่งเสริมให้ร้านค้าใช้ภาชนะที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติในการบรรจุอาหารแทนกล่องโฟม

               วันที่ 6 มีนาคม 2558 นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ “การรณรงค์ลด ละ เลิกการใช้ภาชนะโฟม บรรจุอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย” ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับ 14 องค์กรภาคเอกชน โดยระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการค้าอาหารมักนิยมใช้ภาชนะที่ทำจากโฟมในการบรรจุอาหารปรุงสำเร็จและอาหารตามสั่ง เพราะสะดวก ใช้ง่าย และมีราคาถูก แต่การนำภาชนะโฟมมาบรรจุอาหารร้อนนั้นจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะหากโฟมสัมผัสกับอาหารร้อนจัดเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการหลอมละลาย ส่งผลให้สารเคมีที่อยู่ในเนื้อโฟมปนเปื้อนอยู่ในอาหาร ก่อให้เกิดอันตรายสะสมในร่างกายแบบไม่รู้ตัว 
               
                เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา นพ.พรเทพ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งจัดการกับปัญหาการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร โดยมอบให้กรมอนามัยเป็นหน่วยงานดูแลเรื่องการรณรงค์ลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหาร โดยเริ่มในพื้นที่ สธ. จังหวัดนนทบุรีเป็นที่แรก ซึ่งมีผู้ประกอบการค้าอาหารในโรงอาหารและตลาดนัด รวม 311 ราย ที่สามารถดำเนินการยกเลิกการใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารได้ 100 เปอร์เซ็นต์ 

             
     โดยในปีนี้ได้ขยายไปยังหน่วยงานในสังกัด สธ. ที่อยู่ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน ศูนย์วิชาการกรมต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ และเพื่อเป็นการนำร่องสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นทั้งแบบ 4 ภาค   
               อย่างไรก็ตาม สำหรับยุทธศาสตร์ในการลด ละ เลิก การใช้ภาชนะโฟมบรรจุอาหารครั้งนี้ เน้น 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การสร้างเขตพื้นที่ปลอดการใช้โฟมใส่อาหาร โดยให้ใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติแทน เช่น กระดาษชานอ้อย หรือกล่องพลาสติกชีวภาพ เป็นต้น รวมถึงการรณรงค์การใช้วัสดุธรรมชาติดั้งเดิม เช่น ใบตอง ใบบัว สำหรับห่อข้าวหรือขนมต่างๆ แทนภาชนะโฟมที่ใช้เวลานานในการย่อยสลาย

    ขอบคุณที่มาจาก
    http://health.kapook.com/view113910.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น